ซึ่งปัจจุบันความนิยมของดอกไม้ทั้ง ๒ ชนิดนี้ ในหมู่คนไทยลดน้อยลงมาก สำหรับซ่อนกลิ่นนั้น คนไทยปัจจุบันแทบจะไม่ปลูกเอาไว้ในบริเวณบ้านหรือนำมาดมกลิ่นหอมเลย ทั้งนี้เพราะถือว่าเป็นดอกไม้สำหรับงานศพ จึงไม่เป็นมงคลสำหรับชีวิตประจำวันนับว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายที่คนไทยมีทัศนคติไม่ดีต่อดอกไม้ที่ดีๆ อย่างซ่อนกลิ่นที่เป็นดอกไม้ยอดนิยมในหลายๆประเทศ เช่น อินเดีย ศรีลังกา บังคลาเทศ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฯลฯ โดยนำมาร้อยเป็นพวงมาลัยคล้องให้กันในงานมงคลต่างๆ อย่างแพรหลายไม่ต่างกับดอกมะลิในเมืองไทยเลย

ประโยชน์ของจำปาจำปานั้นคงเข้ามาในประเทศไทยก่อนจำปีนานหลายร้อยปี เพราะจำปามีถิ่นกำเนิดในอินเดีย ส่วนจำปีเชื่อว่ากำเนิดในหมู่เกาะอินโดนีเซีย ซึ่งคงติดต่อกับไทยหลังจากชาวอินเดียหลายศตวรรษ ความก่อนหลังของการเข้ามาในประเทศไทยทำให้คนไทยรู้จักคุ้นเคยจำปามากกว่าจำปีในแง่การใช้ประโยชน์ เช่น การนำมาเป็นยารักษาโรค เป็นต้น ในหนังสือตำรายาไทยโบราณกล่าวถึง สรรพคุณทางยาจากส่วนต่างๆ ของ จำปามากมาย แต่กล่าวถึงสรรพคุณทางยาของจำปีน้อยมาก ทั้งๆ ที่จำปาและจำปีมีหลายอย่างคล้ายกันมาก อาจเป็นไปได้ว่านอกจากคนไทยเรียนรู้สรรพคุณของจำปาจากชาวอินเดียที่ใช้กันมาก่อนแล้ว ยังมีเวลาเรียนรู้ด้วยตนเองจากช่วงเวลาอันยาวนานที่จำปาเข้ามาอยู่ร่วมกับคนไทยอีกด้วย
ในตำราสรรพคุณยาโบราณของกรมหลวงวงศาธิราช กล่าวว่า ใบจำปา แก้ไข้อภิญญาณ ดอกทำให้เลือดเย็น เปลือกแก้คอแห้ง กระพี้แก้พิษสำแลง (ไข้ซ้ำ) แก่นแก้กุฏฐัง (โรคเรื้อน) ยางแก้ริดสีดวงพลวก รากขับเลือดเน่า ตำราประมวลสรรพคุณยาไทยของสมาคมโรงเรียนแพทย์แผนโบราณ (วัดโพธิ์) กล่าวว่า ดอกใช้ปรุงเป็นยาบำรุงหัวใจ บำรุงประสาท บำรุงเลือด ดอกและลูกบำรุงธาตุ แก้คลื่นเหียนและไข้ ขับปัสสาวะ ใบแก้โรคเส้นประสาท แก้ป่วง รากแห้ง และเปลือกหุ้มราก ผสมกับนมสำหรับบ่มฝี เนื้อไม้บำรุงประจำเดือนสตรี น้ำมันจากดอกทาแก้ปวดศีรษะ และตาบวม เปลือกจากต้นแก้ไข้
ไม้จากต้นจำปามีสีเหลืองถึงน้ำตาลอ่อน เหนียว เป็นมัน ทนปลวก เลื่อยไสตกแต่งได้ง่าย นำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น สร้างบ้าน ต่อเรือ ทำเฟอร์นิเจอร์ เครื่องมือ หีบ เครื่องกลึง เครื่องแกะสลัก ของเล่นเด็ก ฯลฯ จะเห็นว่าจำปาเป็นไม้มีค่าในการใช้สอยเช่นเดียวกับไม้มีค่าชนิดอื่นๆ เช่น ก้านเหลือง มะม่วงป่า กะท้อน ฯลฯ เป็นต้น จำปานั้นแม้จะไม่อยู่ในรายชื่อ ไม้มงคลที่ปลูกตามทิศต่างๆ ของบ้านไทยตามตำราโบราณ แต่ก็อาจถือว่า จำปาอยู่ในประเภทไม้มงคลที่น่าจะปลูกไว้ในบริเวณบ้านอีกชนิดหนึ่ง หากถือตามคติของชาวฮินดูและชาวพุทธในอินเดียแล้วจำปาจะจัดอยู่ในระดับสูงสุด ที่เป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกับต้นโพธิ์ ต้นไทร และลั่นทม (จำปาขอม) เลยทีเดียว แต่ต้นไม้ทั้ง ๓ ชนิด ดังกล่าว คนไทยโบราณมีข้อห้ามไม่ให้ปลูกในบ้าน แต่จำปาไม่ถูกห้ามจึงน่านำมาปลูกเอาไว้เป็นสัญญลักษณ์ของสิ่งมงคลและศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของทั้ง ๒ ศาสนา
ต้นจำปานอกจากจะให้ความหมายทางวัฒนธรรม (ศาสนา) ความเชื่อที่สืบทอดมายาวนานแล้ว ยังคงมีคุณค่าที่สัมผัสได้ในปัจจุบันด้วย นั่นคือ ร่มเงา ความงดงามของทรงพุ่ม สีของดอก และกลิ่นหอม อันเป็นเอกลักษณ์เช่นเดียวกับจำปีที่คนไทยปัจจุบันนิยมปลูกกันแพร่หลายแล้ว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น